ก่อนจะมีสื่อโซเชียล ก่อนจะมี Facebook

เราอ่านอะไร และ เราเขียนอะไร

ความสำเร็จของ Facebook คงยากจะปฏิเสธได้ว่าเป็นเพราะ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง มีความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์มากว่า ทุกคนอยากบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง อยากเป็น somebody ลึกๆแล้วเกือบทุกคนอยากมีตัวตนในโลกที่กว้างใหญ่ จากนั้นก็จะมีความอยากตามมาอีกคือ อยากนำมาต่อยอดเพื่อแสวงหารายได้ หากำไรจากการขายสินค้า ขณะที่ช่องทางการกระจายสินค้า Distribution ก็อยู่ในมือของผู้ผูกขาดตลาดรายใหญ่ แต่ถ้ามีช่องทางหรือสื่อใหม่ที่สามารถใช้งานได้ฟรี แล้วทำให้สินค้าและบริการ หรือ Brand ของเรากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ด้วยการกดคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง ทำไมใครๆจะไม่ชอบกันละ

Facebook ประสบความสำเร็จสูงสุดเหนือสื่อโซเชียลอื่นๆที่เคยเป็นมา สาเหตุหนึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างดี สะดวก เข้าถึงง่าย ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของ Content หรือเนื้อหาออกสื่อของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม แม้ว่าในช่วงหลายปีมานี้ Facebook จะเสียพื้นที่การตลาดบางส่วนให้กับสื่อโซเชียลใหม่ๆ ทั้ง Instragram Twitter Youtube แต่จุดแข็งที่ Facebook มีอยู่ในฐานะของการเปิดพื้นที่และโอกาสให้ทุกคนเป็นเจ้าของสื่อและหน้าร้านของตนได้อย่างเต็มที่นั้น ก็ทำให้ Facebook เป็นสื่อโซเชียลอันดับหนึ่งของโลกได้

อีกทั้งหากย้อนดูประวัติการก่อตั้ง Facebook จะเห็นว่า มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก พยายามที่จะแก้ไขปัญหาเดิมๆของสื่อโซเชียลในเวลานั้น คือการทำให้ Facebook มีระบบที่ตรวจสอบตัวตนจริงๆของ User ไม่ใช่เป็น User ปลอมๆที่ไม่สามารถสืบค้นที่มาได้ แม้ว่าระยะหลังจากมีผู้ใช้งานหลายรายหาทางหลีกเลี่ยงการตรวจสอบนี้ก็ตาม แต่โดยรวมแล้วก็ยังทำได้ดีกว่าโซเชียลในอดีตอย่าง Hi5 ที่ล้มเหลวไปเพราะไม่สามารถระบุได้ว่าตัวตนของผู้ใช้งานนั้นๆเป็นตัวจริงหรือไม่

อีกปัจจัยคือ Facebook ได้ร่วมกับระบบค้นหาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ Google ทำให้การสืบค้นหาข้อมูลของ Google ก็จะสามารถ Link ไปถึงหน้า Facebook ได้ นี่จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Facebook ไม่ใช่เพียงแค่อัลบั้มไว้เก็บรูปภาพในความทรงจำหรือแค่ถ่ายเซลฟี่กันเท่านั้น แต่ทำให้ User จำนวนหลายล้านคนหันมาใช้เป็นที่เขียน Content มากมาย ทั้งการนำเสนอสินค้า บริการ โฆษณา และอื่นๆ สามารถดึงผู้ใช้งานที่เคยเขียน Content ลงใน Blog หันมาใช้งาน Facebook ได้มากขึ้น เพราะมีความสะดวกรวดเร็ว เข้าถึงง่ายกว่า Blog หลายเท่า ที่สำคัญคือ การมีส่วนร่วมของ User รายอื่น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนได้ทั่วโลก ทำให้แน่ใจว่าพวกเขาไมได้เขียนอะไรลงไปแล้ว คนอื่นได้อ่าน

แต่ที่เป็นหมัดเด็ดคือ การรู้จักธรรมชาติของมนุษย์อีกข้อว่า เป็นพวกชื่นชอบการเยินยอสรรเสริญ ชอบให้คนอื่นชื่นชม แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งที่เราโพสลงไป อัพโหลดรูปลงไป มีคนชอบมากแค่ไหน วิธีการนั้นก็คือ ปุ่มกด Like จนกระทั่งสิ่งนี้กลายเป็นเครื่องบ่งชี้กลายๆว่า แต่ละคนมีแฟนคลับหรือผู้ติดตามมากน้อยแค่ไหน

แน่นอนว่ายอดกด Like ไม่ได้ทำเงินให้ แต่มันเติมเต็มความต้องการที่จะเป็นคนสำคัญของมนุษย์เราอย่างคาดไม่ถึงเลย